

สรุปเนื้อหา ในหนังสือพระไตรปิฎก ภาษาไทย 45 เล่ม
การสรุปเนื้อหาภายในเล่มพระไตรปิฎกทั้งหมด 45 เล่ม
เป็นเพียงการบอกขอบเขตของเนื้อหาในหนังสือพระไตรปิฎก
แต่ละเล่มเท่านั้นเพื่อให้รู้เนื้อหาคร่าวๆว่าภายใน
หนังสือพระไตรปิฎก แต่ละเล่มนั้นหมายถึงอะไรบ้าง
และกล่าวถึงอะไรบ้างเป็นพิเศษ
ข้อความทั้งหมด ได้หยิบยกอ้างอิงจากเอกสารภายใน
หนังสือพระไตรปิฎกทุกเล่ม โดยส่วนใหญ่
จะคัดลอกมาจากหน้าบทนำ ที่อยู่ในช่วงต้น
ของหนังสือพระไตรปิฎกตั้งแต่เล่มที่ 1
ถึงเล่มที่ 45
ทางศูนย์จัดส่งคัดไทยปิฎกในราคามูลนิธิทั่วประเทศ
มีความปรารถนา ในการจัดทำเอกสารชุดนี้เพื่อ
ให้เกิดประโยชน์และเป็นเข็มทิศ ในการศึกษา
พระไตรปิฎกได้โดยง่ายยิ่งขึ้น เพราะเนื่องจาก
หนังสือพระไตรปิฎกทั้งชุดนั้น มีปริมาณเนื้อหา
และจำนวนเล่มที่ค่อนข้างมาก การทำดัชนีและ
ขอบเขตเนื้อหาแบบคราวๆนี้ น่าจะเป็นประโยชน์
ไม่มากก็น้อยแก่ผู้ศึกษาพระไตรปิฎก ได้ง่ายยิ่งขึ้น

พระวินัยปิฎก มหาวิภัง ภาค1
เนื้อหาในคร่าวๆ : หนังสือพระไตรปิฎก เล่มที่ 1
คือประมวลพุทธบัญญัติ เกี่ยวกับ ระเบียบปฏิบัติ
ขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิต และวิธีดำเนินกิจการต่างๆ
ของภิกษุสงฆ์ และ ภิกษุณีสงฆ์
พระวินัยซึ่งเป็นพุทธบัญญัตินี้ แบ่งออกเป็น 2 เส่วน คือ
อาทิพรหมจริยกาสิกขา และ อภิสมาจาริกาสิกขา
พระวินัยนั้น พระพุทธองค์ไม่ได้ทรงบัญญัติล่วงหน้า
ต่อเมื่อเกิดเสียหายขึ้นจึงทรงบัญญัติสิกขาบทห้ามประพฤติ
เช่นนั้นอีก ดังจะเห็นได้ว่า ในตอนต้นพุทธกาล
คือ ตั้งแต่พรรษาที่ 1 ถึง พรรษาที่ 11 พระพุทธเจ้ายังไม่ได้
ทรงบัญญัติสิกขาบทไว้แน่นอน
เพราะภิกษุสงฆ์ล้วนมีวัตตปฏิบัติที่ดีงาม ศีลของภิกษุสงฆ์เรียกว่า
"ปาฏิโมกข์สังวรศีล"
จัดเป็นจาริตตศีล คือ ระเบียบปฏิบัติตาม
แบบอย่าง ที่พระพุทธเจ้าทรงประพฤติปฏิบัติมา
ในระยะที่ยังไม่มีพุทธานุญาตให้ภิกษุสงฆ์สวดพระปาฏิโมกข์
ทุกกึ่งเดือน ใน 20 พรรษาแรกนั้น พระพุทธเจ้า
ทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์เอง ทุกกึ่งเดือน
พระวินัยเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรับฝึกหัดอบรมกุล
บุตรผู้เข้ามา บวชในพระพุทธศาสนาเพราะผู้เข้ามาบวช
นั้นมาจากต่างตระกูล ต่างชนชั้น ต่างอัธยาศัย
ต่างจิตต่างใจหากไม่มีพระวินัยควบคุม
ความประพฤติให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ก็จะเป็นหมู่ภิกษุสงฆ์
ที่สับสนวุ่นวาย ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสศรัทธา
ถ้าภิกษุสงฆ์ ทุกรูปประพฤติตามพระวินัย ก็จะเป็น
หมู่ภิกษุสงฆ์ที่งดงาม นำให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธา
และทำให้พระพุทธศาสนาดำรงอยู่ยืนนาน
เปรียบเหมือนดอกไม้นานาชนิด ถูกร้อยไว้ด้วยได้จึงไม่แตกแยก
กระจัดกระจาย ทั้งยังคุมกันเข้าเป็นพวงมาลัย
ที่สวยสดงดงาม
พระวินัยปิฎกนี้ แบ่งออกเป็น 5 คัมภีร์ คือ
มหาวิภังค์ หรือ ภิกษุวิภังค์ ว่าด้วยสิกขาบท
หรือ ศีลของภิกษุสงฆ์ 227 ข้อ
ภิกขุนีวิภังค์ ว่าด้วย สิกขาบท หรือ ศีลของ ภิกษุณี 311 ข้อ
ที่มาในพระปาติโมกข์ มหาวรรค ว่าด้วยสิกขาบทนอก
พระปาติโมกข์ ตอนต้น 10 ขันธกะ หรือ หมวดจุลวรรค
ว่าด้วยสิกขาบทนอกพระปาติโมกข์ ตอนปลาย 10 ขันธกะ
ปริวาร คือคัมภีร์
ประกอบ หรือคู่มือที่บรรจุคำถาม คำตอบ
สำหรับซ้อมความรู้ เรื่องพระวินัยซึ่งเป็นการทบทวนเนื้อหา
ของสี่คัมภีร์แรก

พระวินัยปิฎก มหาวิภัง ภาค2
เนื้อหาในคร่าวๆ : หนังสือพระไตรปิฎก เล่มที่ 2
พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ แบ่งออกเป็น 2 ภาค คือ
ภาค 1 เป็นวินัยปิฎก เล่ที่ 1 ว่าด้วยบทบัญญัติใน
ปาราชิกกัณฑ์ สังฆาทิเสสกัณฑ์ และ อนิยตกัณฑ์ รวมทั้งสิ้น
19 สิกขาบท บทบัญญัติเหล่านี้ ยกเว้น อนิยตสิกขาบท
ปรับโทษสถานหนัก แก่ภิกษุผู้ล่วงละเมิด เป็นครุกาบัติ (อาบัติหนัก)
เป็นทุฏฐุลลาบัติ (อาบัติชั่วหยาบ) ภิกษุผู้ล่วงละเมิดบทบัญญัติ
ในปาราชิกกัณฑ์ ต้องอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นภิกษุ
ปาราชิก เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "อนวเสสาบัติ"
(อาบัติไม่มีส่วนเหลือ)
ส่วนใน มหาวิภัง
ภาค 2 เป็นวินัยปิฎก ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 2 ว่าด้วย
บทบัญญัติในนิสสัคคิยกัณฑ์ ปาจิตติยกัณฑ์ ปาฏิเทสนิยกัณฑ์
เสขิยกัณฑ์ และ อธิกรณสมถะ 7 รวมเป็น 208 สิกขาบท
โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นวรรค และตั้งชื่อวรรคตามความแห่
งสิกขาบทที่ 1 ของแต่ละวรรคเป็นหลัก บทบัญญัติ
เหล่านี้ ปรับโทษสถานเบา แก่ภิกษุผู้ล่วงละเมิด เป็นลหุกาบัติ
คือ ปรับอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ
ทุกกฏ หรือ ทุพภาสิต แก่ภิกษุผู้ล่วงละเมิดตามสมควรแก่กรณี

พระวินัยปิฎก ภิกขุนีวิภังค์
เนื้อหาในคร่าวๆ : หนังสือพระไตรปิฎก เล่มที่ 3
พระวินัยปิฎก เล่มที่ 3 คือ ภิกขุนีวิภังค์
ว่าด้วยบทบัญญัติของภิกษุณีสงฆ์ ใน ปาราชิกกัณฑ์
สังฆาทิเสสกัณฑ์ ปาจิตติยกัณฑ์ ปาฏิเทสนียกัณฑ์ เสขิยกัณฑ์
และอธิกรณสมถะ รวมเป็น 311 สิกขาบท
โดยปรับโทษสถานหนัก แก่ภิกษุณีผู้ล่วงละเมิด
บทบัญญัติในปาราชิกกัณฑ์ และ สังฆาทิเสสกัณฑ์
และปรับโทษสถานเบา แก่ภิกษุณีผู้ล่วงละเมิด
บทบัญญัติในกัณฑ์ที่เหลือ
ึคำว่า ภิกขุณีวิภัง แปลว่า ข้อแจกแจงเกี่ยวกับภิกษุณี
การจำแนกความ เกี่ยวกับสิกขาบทของภิกษุณี สิกขาบทเหล่านี้
เรียกโดยรวมว่า "ภิกษุนีปาติโมกข์" เป็นบทบัญญัติสงฆ์
จะต้องสวดในที่ประชุมสงฆ์ทุกครึ่งเดือน
เหมือนกับภิกษุสงฆ์สวดภิกขุปาติโมกข์

พระวินัยปิฎก มหาวรรค ภาค 1
เนื้อหาในคร่าวๆ : หนังสือพระไตรปิฎก เล่มที่ 4
พระไตรปิฎก มหาวรค มี 2 ภาค แบ่งเนื้อหาออกเป็น
10 ขันธกะ มหาวรรค ทั้ง 2 ภาค มีเนื้อหา ว่าด้วยระเบียบ
ปฏิบัติ ขนบธรรมเนียบประเพณีสงฆ์ เรียกโดยรวมว่า
"อภิสมาจาริกสิกขา" ไม่ได้เป็นสิกขาบทบัญญัติ
ไม่ได้มาในพระปาติโมกข์
สงฆ์ไม่ต้องยกขึ้นแสดงทุกครึ่งเดือน
มหาวรรค แปลว่า หมวดใหญ่ เนื้อหาในคัมภีร์วรรค
ภาค 1 นี้ เนื่องจากไม่ได้เป็นสิกขาบทบัญญัติ ในกรณี
ที่เป็นข้อห้าม ถ้าภิกษุล่วงละเมิดไม่ได้ปฏิบัติตาม บางกรณี
ทรงปรับเพียงอาบัติทุกกฏ บางกรณีปรับสูงขึ้นถึง
อาบัติถุลลัจจัย
ถุ ล ลั จ จั ย [ถุน-ละ-ไจ], ถุลลัจจัย น.

พระวินัยปิฎก มหาวรรค ภาค 2
เนื้อหาในคร่าวๆ : หนังสือพระไตรปิฎก เล่มที่ 5
พระวินัยปิฎก เล่มที่ 5 มหาวรรค ภาค 2 แบ่งเป็น 6 ขันธกะ
มีเนื้อหาที่ต่อจาก มหาวรรค ภาค 1 ที่ว่าด้วยเรื่องระเบียบปฏิบัติ
ขนบธรรมเนียบ ประเพณีสงฆ์ ที่เรียกโดยรวมว่า "อภิสมาจาริกสิกขา"
ได้แก่ ประมวลระเบียบปฏิบัติ สงฆ์ไม่ต้องยกขึ้นแสดงทุกครึ่งเดือน
เนื่องจากเนื้อหา ในมหาวรรค ภาค 2 นี้ มิได้เป็นสิกขาบทบัญญัติ
ในกรณี ที่เป็นข้อห้าม ถ้าภิกษุล่วงละเมิดไม่ปฏิบัติตาม
บางกรณีทรงปรับโทษ เพียงอาบัติทุกกฏ บางกรณีปรับโทษถึง
อาบัติถุลลัจจัย
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค ภาค 1
เนื้อหาในคร่าวๆ : หนังสือพระไตรปิฎก เล่มที่ 6
จูฬวรรค แปลว่า หมวดเล็ก หมายถึง หมวดที่ว่าด้วยเรื่อง
เบ็ดเตล็ด นอกจากบทบัญญัติที่มาในพระปาติโมกข์
เนื้อหาในคัมภีร์จูฬวรรค ภาค 1
เกือบจะทั้งหมด ไม่ว่าด้วยบทบัญญัติที่เป็นข้อห้าม
แต่จะว่าด้วยเรื่องระเบียบปฏิบัติ
เกี่ยวกับการลงนิคคหกรรม แก่ภิกษุผู้ประพฤติไม่สมควร
หลังจากที่ปรับอาบัติภิกษุนั้นแล้ว
ว่าด้วยปริวาสกรรมเพื่อออกจากอาบัติสังฆาทิเสสและว่าด้วย
อธิกรสมถะ คือ วิธีระงับ อธิกรในกรณีต่างๆ จึงปรากฏ
ข้อความที่ว่าด้วยการปรับอาบัติเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค มี 2 ภาค แบ่งเนื้อหาออกเป็น 12 ขันธกะ
คือ จูฬวรรค ภาค 1 มี 4 ขันธกะ จัดเป็นพระวินัยปิฎก เล่ม 6
และจูฬวรรค ภาค 2 มี 8 ขันธกะ จัดเป็นพระวินัยปิฎก เล่ม 7

พระวินัยปิฎก จูฬวรรค ภาค 2
เนื้อหาในคร่าวๆ : หนังสือพระไตรปิฎก เล่มที่ 7
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค ภาค 2 เล่มนี้
เ็นพระวินัยปิฎก เล่มที่ 7
มี 8 ขันธกะ มีเนื้อหาต่อจาก
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค ภาค 1 ซึ่งเป็นพระวินัยปิฎก เล่มที่ 6
ที่ผ่านมาแล้ว
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค ภาค 2 นี้ จะกล่าวด้วยเรื่อง
เบ็ดเตล็ดนอกจากบทบัญญัติ ที่มาในพระปาติโมกข์ ต่อจาก
จูฬวรรค ภาค 1 ซึ่งเป็นเรื่องเล็กน้อยเกี่ยวกับการประพฤติ
ประฏิบัติของภิกษุสงฆ์ ที่จะเรียกโดยรวม
ว่า "อภิสมาจาริกสิกขา" เช่น เป็นเรื่องข้อห้าม
และข้ออนุญาตเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อร่างกายและอื่นๆ
เช่น เรื่องการสรงน้ำ ในที่ไม่สมควร
เรื่องการใช้เครื่องประดับ เรื่องการไว้ผมยาง
เรื่องการตบแต่งผม
เรื่องการส่องกระจกดูเงาหน้า
เรื่องการแต่งหน้า เรื่องการไปชมมหรสพ
เรื่องการสาธยายธรรมลากเสียงยาว
เรื่องการใช้บริขารงดงาม เรื่องการเก็บรักษาบาตรจีวร
เรื่องการเปลือยกายไหว้กัน เรื่องการไว้เล็บยาว
เรื่องการไว้หนวด เรื่องการโกนขน วัตรปฏิบัติในการเข้า
อาราม ในการอยู่ในอาราม ในการออกเดินทาง
ในการอนุโมทนาทาน ในโรงฉัน ในการบิณฑบาตร
ในการอยู่ป่า ในเสนาสนะ ในเรือนไฟ ในวัจกุฎี
เรื่องที่กล่าวเหล่านี้ เป็นเรื่องเล็กน้อย ในกรณีที่เป็นข้อห้าม
ถ้าภิกษุล่วงเกิน ไม่ปฏิบัติตาม ทรงปรับอาบัติทุกกฏ
ปรับจูงขึ้น ไปจนถึง ถุลลัจจัย

พระวินัยปิฎก ปริวาร
เนื้อหาในคร่าวๆ : หนังสือพระไตรปิฎก เล่มที่ 8
พระวินัยปิฎก คัมภีร์ปริวาร เป็นคัมภีร์สุดท้ายของพระวินัยปิฎก
จัดเป็นพระไตรปิฎก เล่มที่ 8
คำว่า "ปริวาร" หมายถึง หมวดพระบาลี
ที่พระธรรมสังคาหกาจารย์ ยกขึ้นสังคายนาต่อจาก
พระบาลีขันธกะ ที่จัดเป็นหมวดหมู่ไว้ เพื่อให้กุลบุตร
เกิดความฉลาดในส่วนต่างๆ มีอาบัติเป็นต้น
ที่ได้กล่าวมาแล้วทั้งในมาติกา และ วิในวิภังค์ เรียกว่า
ขันธกะ ดุจพระอรหันตขีณาสพ เป็นบริวารติดตาม
พระพุทธองค์
พระพุทธเจ้าทรงมีธรรมขันธ์ เป็นพระสรีระ
มีพระอรหันตขีณาสพเป็นบริวาร ส่วนพระวินัย
มีมาติกา (พระวินัยปิฎก เล่มที่ 1 - 3)
และขันธกะ (พระวินัยปิฎก เล่มที่ 4-7) เป็นสรีระ
เป็นคัมภีร์ปริวารเป็น บริวาร

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
เนื้อหาในคร่าวๆ : หนังสือพระไตรปิฎก เล่มที่ 9
พระสุตตันตปิฎก ซึ่งเป็นปิฎก 1 ในจำนวน 3 ปิฎก
ที่เรียกว่า "พระไตรปิฎก" คือ พระวินัยปิฎก
(ประมวลพุทธพจน์หมวดพระวินัย)
พระสุตตันตปิฎก
ประมวลพุทธพจน์หมวดพระสูตร)
พระอภิธรรมปิฎก
(หมวดพุทธเจน์ หมวดพระอภิธรรม)
พระสุตตันตปิฎก เป็นประมวลพุทธพจน์
หมวดพระสูตรนั้นประกอบด้วย พระธรรมเทศนา และธรรม
บรรยายต่างๆ ที่ตรัสยักเยื้องให้เหมาะกับบุคคล เหตุการณ์
และโอกาส ตลอดจนบทประพันธ์ เรื่องเล่า และ เรื่องราว
ทั้งหลาย ที่ชั้นเดิมในพระพุทธศาสนา ที่เรียกว่า
พระธรรมเทศนา และธรรมบรรยายทั้งหลาย
ในพระสุตตันตปิฎก ว่า "สูตร" พระอรรถกถาจารย์
ผู้รจนาคัมภีร์ สมันตปาสาทิกา

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค
เนื้อหาในคร่าวๆ : หนังสือพระไตรปิฎก เล่มที่ 10
พระไตรปิฎก เล่มที่ 10 คือพระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย
มหาวรรค ซึ่งเป็นคัมภีร์เล่มที่ 2 ของทีฆนิกาย และ
ของพระสุตตันตปิฎก คัมภีร์ทีฆนิกาย มี 3 เล่ม คือ
พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ความหมายของคำว่ามหาวรรค คำว่า มหาวรรค
แปลว่า หมวดใหญ่ คำว่า หมวด ในที่นี้ หมายถึง
หมวดย่อย ของนิกาย คือเป็นตอนหนึ่งของทีฆนิกาย
ที่แปลว่า หมวดยาว โดยนัยนี้ คำว่า ทีฆนิกาย มหาวรรค
จึงหมายถึงหมวดพระสูตรใหญ่ของทีฆนิกาย ซึ่งรวบรวม
พระสูตรขนาดยาวไว้ถึง 34 สูตร
ใจความสำคัญของพระสูตรนี้ แบ่งเป็น 2 ตอน
ตอนที่ 1 ตรัสเล่าประวัติโดยสังเขป
ของพระเจ้าในอดีต 6 พระองค์ และของพระองค์เอง
ตอนที่ 2 ตรัสเล่าพระประวัติของพระพุทธเจ้า
พระนามว่า วิปัสสี โดยพิสดาร แต่พระองค์เดียว
แต่ทรงประสงค์ ให้เป็นตัวอย่างว่า พระพุทธเจ้าองค์อื่นๆ
รวมทั้งพระองค์เองก็มีพระประวัติเช่นนี้

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค
เนื้อหาในคร่าวๆ : หนังสือพระไตรปิฎก เล่มที่ 11
พระไตรปิฎก เล่มที่ 11 คือพระสุตตันตปิฎก
ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ซึ่งเป็นคัมภีร์ เล่มที่ 3 ของทีฆนิกาย
และ ของพระสุตตันตปิฎก คัมภีร์ทีฑนิกาย มี 3 เล่มด้วยกัน
ความหมาย ของ ปาฏิกวรรค
คำว่า ปาฏิกวรรค แปลว่า หมวดว่าด้วยปาฏิกสูตร
ซึ่งหมวดตั้งตามชื่อของพระสูตร ที่จะมีทั้งหมด 11 สูตร
โดยจะเริ่มตั้งแต่ พระสูตร ที่ 1 ปาฏิกสูตร
ว่าด้วยนักบวชเปลือยชื่อปาฏิกบุตร จนถึง
พระสูตรที่ 11 ทุสุตตรสูตร แปลว่า
พระสูตรว่าด้วยธรรม 10 ประการ
พระสูตรนี้ ท่านพระสารีบุตร แสดงแก่ภิกษุจำนวน 500 รูป
เพื่อให้บรรลุพระนิพพาน เพื่อทำที่สุดทุกข์

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
เนื้อหาในคร่าวๆ : หนังสือพระไตรปิฎก เล่มที่ 12
พระไตรปิฎก เล่มที่ 12 คือ มัชฌิมนิ มูลปัณณาสก์
ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่หนึ่งในจำนวน 3 คัมภีร์แห่ง มัชฌิมนิกาย
ความหมายของ มัชฌิมนิกาย
คำว่า มัชฌิมนิกาย แปลว่า หมวดหรือหมู่ของพระสูตร
ขนาดกลาง คือไม่ยากมาก เหมือนพระสูตรท้งหลาย
ในทีฆนิกาย และ ไม่สั้นมากเหมือนพระสูตรทั้งหลาย
ในสังยุตตนิกาย แห่งพระสุตตันตปิฎก

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
เนื้อหาในคร่าวๆ : หนังสือพระไตรปิฎก เล่มที่ 13
พระไตรปิฎก เล่มที่ 13 คือ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่สองในจำนวนสามคัมภีร์แห่งมัชฌิมนิกาย
โดยการแบ่งหมวดหมู่พระสูตรในมัชฌิมนิกาย
มัชฌิมปัณณาสก์จะมีพระสูตรทั้งหมด 50 สูตร
โดยแบ่งออกเป็น
|